ตารางคะแนนเมเจอร์ลีกซอกเกอร์: ตารางเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ 2025/2026
ตารางคะแนน เมเจอร์ลีกซอกเกอร์ (MLS) คือระบบจัดอันดับที่ติดตามผลงานของทีมต่างๆ ตลอดฤดูกาล โดย ทีมเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ จะถูกแบ่งออกเป็น 2 สาย ได้แก่ สายตะวันออก (Eastern) และสายตะวันตก (Western) ทั้งนี้ เมเจอร์ลีกซอกเกอร์ ถือเป็นลีกฟุตบอลอาชีพระดับสูงสุดของสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งได้รับการรับรองโดยสหพันธ์ฟุตบอลสหรัฐฯ และก่อตั้งขึ้นในปี 1993 สำหรับฤดูกาลปกติจะมีการแข่งขันทั้งหมด 34 นัด โดยแต่ละทีมต้องลงแข่งกับทีมในสายเดียวกัน 2 นัด และแข่งกับทีมจากอีกสายหนึ่งจำนวน 10 นัด
ตารางคะแนน MLS ฝั่งตะวันตก ประกอบด้วยทีมที่ตั้งอยู่ทางตอนตะวันตกของสหรัฐอเมริกาและแคนาดา โซนนี้มีประวัติศาสตร์ความสำเร็จมากมาย ทั้งการคว้าแชมป์ Supporters’ Shield และแชมป์ MLS Cup มาแล้วนับไม่ถ้วน ตารางคะแนน MLS ฝั่งตะวันออก รวมรวบทีมจากพื้นที่ฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งสร้างผลงานโดดเด่นไม่แพ้กัน โดยมีหลายทีมที่กวาดรางวัล Supporters’ Shield และถ้วย MLS Cup มาครองได้อย่างต่อเนื่อง
ตารางเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ จัดอันดับทีมโดยวัดจากคะแนน, ผลต่างประตูได้เสีย, สถิติชนะแพ้ และฟอร์มการเล่นล่าสุด ซึ่งผลต่างประตูจะเป็นตัวกำหนดทีมอันดับสูงสุดในตาราง โดย ตารางเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ นี้จะแบ่งออกเป็นคอลัมน์เพื่อให้เห็นภาพรวมผลงานของทุกทีมตลอดฤดูกาล ข้อมูลจะประกอบด้วย อันดับ, ชื่อทีม, จำนวนนัดที่แข่ง, ชนะ, เสมอ, แพ้, ประตูที่ทำได้, ประตูที่เสีย, ผลต่างประตู และคะแนนรวม ทั้งนี้ทีมอันดับ 1-7 ของแต่ละสายจะผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟ และทีมที่มีคะแนนสูงสุดเมื่อจบฤดูกาลปกติจะได้รับโล่ Supporters' Shield ซึ่งเป็นเกียรติยศสูงสุดของ MLS โดยที่ ตารางคะแนนเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ นี้จะเป็นตัวตัดสินโควตาเพลย์ออฟและแชมป์ MLS Cup ต่อไป
เมเจอร์ลีกซอกเกอร์ (MLS) มีชื่อเสียงโด่งดังจากการเติบโตอย่างรวดเร็วและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ลีกนี้สามารถดึงดูดนักเตะระดับโลกมาเสริมทัพ ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ในระดับสากล นอกจากนี้ MLS ยังลงทุนอย่างหนักในโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการสร้างสนามฟุตบอลเฉพาะและการพัฒนาอะคาเดมี่เยาวชน
ตารางคะแนน MLS มีอิทธิพลต่อทีมอย่างมาก ทั้งการกำหนดสิทธิ์เข้าเล่นรอบเพลย์ออฟ, การสร้างขวัญกำลังใจ, แรงจูงใจด้านการเงิน รวมถึงการดึงดูดนักเตะใหม่เข้าสู่ทีม โดยอันดับที่สูงขึ้นใน ตารางคะแนน MLS จะช่วยเพิ่มรายได้ ความนิยมในหน้าสื่อ และมูลค่าของแบรนด์ให้สูงตามไปด้วย ผลการแข่งขันที่เป็นบวกใน ตาราง MLS ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักเตะ เสริมความสามัคคีภายในทีม และสร้างวัฒนธรรมแห่งชัยชนะ ซึ่งการมีอันดับที่ดีจะช่วยดึงดูดและรักษาเหล่านักเตะฝีเท้าดีเอาไว้ เพื่อความก้าวหน้าและความสำเร็จของสโมสรทั้งในและนอกสนาม
เมเจอร์ลีกซอกเกอร์ - ฤดูกาล 2025/2026 

เร็วๆ นี้
วิธีทำความเข้าใจตารางคะแนนเมเจอร์ลีกซอกเกอร์?
การอ่านตารางคะแนนเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ให้เข้าใจ ให้พิจารณาอันดับของแต่ละทีมจากคะแนนสะสม ผลต่างประตูได้เสีย และสถิติชนะ-แพ้ พร้อมทั้งดูฟอร์มการเล่นและแนวโน้มผลงานล่าสุดประกอบกัน โดย ตาราง MLS จะจัดอันดับทีมตามคะแนน ซึ่งทีมที่ชนะจะได้ 3 คะแนน เสมอได้ 1 คะแนน และแพ้ไม่ได้คะแนน ทีมที่มีคะแนนสูงสุดเมื่อจบฤดูกาลปกติจะครองอันดับสูงสุดใน ตารางคะแนน MLS ทันที หากมีคะแนนเท่ากันจะตัดสินด้วยการคำนวณผลต่างประตูได้เสีย ซึ่งคือส่วนต่างระหว่างประตูที่ทำได้และประตูที่เสียไป แต่หากผลต่างประตูยังเท่ากันอีก จะพิจารณาจากปัจจัยอื่น เช่น จำนวนนัดที่ชนะทั้งหมด หรือจำนวนประตูรวมที่ทำได้
ตาราง MLS ถูกแบ่งออกเป็นหลายคอลัมน์เพื่อแสดงภาพรวมผลงานของแต่ละทีมตลอดฤดูกาล ซึ่งคอลัมน์เหล่านี้จะระบุตั้งแต่อันดับ, ชื่อทีม, จำนวนนัดที่ลงแข่ง, ชนะ, เสมอ, แพ้, ประตูที่ทำได้, ประตูที่เสีย, ผลต่างประตู และคะแนนรวม นอกจากนี้ ตารางเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ ยังแสดงฟอร์มล่าสุดของแต่ละทีม ทั้งผลชนะ เสมอ และแพ้ในช่วงหลายนัดที่ผ่านมา รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของอันดับจากสัปดาห์ก่อนหน้า
เมเจอร์ลีกซอกเกอร์ (MLS) ก่อตั้งขึ้นในปี 1993 มีความแตกต่างจากลีกฟุตบอลอื่นๆ ทั่วโลก เนื่องจากใช้ระบบเพลย์ออฟเพื่อตัดสินหาผู้ชนะ โดยทีมที่ทำผลงานดีที่สุดจากทั้งสองสายจะผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟ MLS Cup เพื่อแย่งชิงตำแหน่งแชมป์ลีกต่อไป นอกจากนี้ อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของ MLS คือโครงสร้างแบบองค์กรเดียว ซึ่งลีกจะเป็นเจ้าของทีมและสัญญาของนักเตะทั้งหมด ต่างจากโมเดลสโมสรอิสระที่เป็นมาตรฐานในลีกยุโรป
เมเจอร์ลีกซอกเกอร์ ไม่มีการใช้ระบบตกชั้นและเลื่อนชั้น ซึ่งหมายความว่าทีมที่ทำผลงานแย่จะไม่ถูกลดชั้นลงไป และทีมจากดิวิชั่นต่ำกว่าก็ไม่สามารถเลื่อนชั้นขึ้นมาได้ โดยระบบเพลย์ออฟจะขยายตัวผ่านการเพิ่มทีมใหม่ด้วยวิธีประมูลสิทธิ์ โครงสร้างลีกลักษณะนี้ช่วยส่งเสริมการขยายตัวและความนิยมของลีกอย่างมาก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งกีฬาฟุตบอลกำลังได้รับการยอมรับในฐานะกีฬากระแสหลัก
การทำความเข้าใจตารางคะแนนและ อันดับ MLS ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ฟอร์มของแต่ละทีม คาดการณ์ผลการแข่งขัน และตัดสินใจเลือกแทงบอลได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น โดยคะแนนสะสมเมื่อจบฤดูกาล เมื่อรวมกับตัวบ่งชี้อื่นๆ อย่างผลต่างประตูได้เสียและสถิติการเล่นล่าสุด จะทำให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนว่าแต่ละทีมอยู่ในจุดไหนของการแข่งขัน
ตารางเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ (MLS) จะถูกอัปเดตทันทีที่การแข่งขันแต่ละนัดสิ้นสุดลง เพื่อให้มั่นใจว่าแฟนบอล ทีม และเหล่านักวิเคราะห์จะได้รับอันดับล่าสุดที่สะท้อนถึงผลการแข่งและคะแนนปัจจุบัน การอัปเดตที่รวดเร็วนี้ช่วยให้สามารถติดตามผลงานของทีมและอันดับในตารางได้แบบเรียลไทม์ตลอดทั้งฤดูกาล ให้ภาพรวมของลีกที่แม่นยำและทันเหตุการณ์ที่สุด ซึ่งระบบการอัปเดตนี้จะเป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกแพลตฟอร์มเพื่อให้ข้อมูลถูกต้องและรวดเร็ว โดย ตารางคะแนน MLS 2026 ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า อินเตอร์ ไมอามี ซีเอฟ กำลังครองความยิ่งใหญ่ในสายตะวันออก ตามมาด้วย เอฟซี ซินซินเนติ และ โคลัมบัส ครูว์ ในอันดับสองและสาม ส่วนสายตะวันตก ลอสแอนเจลิส แกลแล็กซี เป็นผู้นำ โดยมี ลอสแอนเจลิส เอฟซี และ โคโลราโด แรพิดส์ ตามมาติดๆ อันดับเหล่านี้สะท้อนผลการแข่งขันล่าสุดและแสดงให้เห็นถึงทิศทางของลีกในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน
การจัดอันดับทีมในตารางคะแนนเมเจอร์ลีกซอกเกอร์มีเกณฑ์อย่างไร?
การจัดอันดับทีมใน ตารางคะแนนเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ (MLS) จะวัดจากคะแนนรวมที่ทำได้ โดยมีผลต่างประตูได้เสียและจำนวนประตูที่ยิงได้เป็นเกณฑ์ตัดสินในกรณีที่มีคะแนนเท่ากัน ระบบคะแนนของ MLS จะให้คะแนนผู้ชนะ 3 แต้ม เสมอได้ 1 แต้ม และแพ้ไม่มีคะแนน ซึ่งระบบนี้สำคัญมากในการกำหนดอันดับของแต่ละทีมตลอดฤดูกาล เพราะมีผลโดยตรงต่อการจัดลำดับบนตารางคะแนน โดยทีมต่างๆ จะสะสมคะแนนจากผลการแข่งขัน และใช้คะแนนรวมเพื่อประเมินสถานะของทีมภายในลีก
การคำนวณคะแนนจะมาจากการรวมคะแนนที่ได้รับในแต่ละนัด โดยการเสมอจะทำให้แต่ละทีมได้รับฝั่งละ 1 แต้ม ส่วนทีมที่แพ้จะไม่มีคะแนนสะสม คะแนนที่เก็บรวบรวมได้ตลอดฤดูกาลปกติจะเป็นตัวกำหนดอันดับทีม ซึ่ง เมเจอร์ลีกซอกเกอร์ (MLS) จะใช้ผลต่างประตูได้เสีย (จำนวนประตูที่ยิงได้หักลบด้วยจำนวนประตูที่เสียไป) เป็นเกณฑ์ตัดสินอันดับแรกเมื่อมีทีมที่มีคะแนนเท่ากัน หากผลต่างประตูยังเท่ากันอีก จะพิจารณาจากจำนวนประตูรวมที่แต่ละทีมทำได้ วิธีการนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าการจัดอันดับจะสะท้อนถึงทั้งชัยชนะ การเสมอ รวมถึงการให้รางวัลแก่ทีมที่ทำประตูได้มากและมีเกมรับที่ยอดเยี่ยมตลอดทั้งฤดูกาล
การเกิดกรณีที่ทีมมีคะแนนเท่ากันในอันดับสุดท้ายของ เมเจอร์ลีกซอกเกอร์ (MLS) ถือเป็นเรื่องปกติเนื่องจากความเข้มข้นของการแข่งขันและระบบการเก็บคะแนนของลีก ด้วยการแข่งขันในฤดูกาลปกติที่มีถึง 34 นัด จึงมีโอกาสสูงที่หลายทีมจะมีคะแนนจบฤดูกาลเท่ากัน ซึ่ง เมเจอร์ลีกซอกเกอร์ จะใช้เกณฑ์ตัดสินหลายระดับเพื่อจัดอันดับเมื่อคะแนนเสมอกัน ทั้งจำนวนนัดที่ชนะรวม, ผลต่างประตูได้เสีย, จำนวนประตูที่ทำได้ และปัจจัยอื่นๆ วิธีการนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าการจัดอันดับสุดท้ายมีความยุติธรรมและเหมาะสมที่สุด แม้ว่าแต่ละทีมจะมีคะแนนเท่ากันก็ตาม
ปัจจัยที่มีผลต่ออันดับในตารางคะแนนเมเจอร์ลีกซอกเกอร์มีอะไรบ้าง?
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่ออันดับในตารางคะแนนเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ มีดังนี้
- ฟอร์มการเล่นของนักเตะ: ผลงานของนักเตะมีผลอย่างมากต่ออันดับในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ เนื่องจากความสามารถเฉพาะตัวและการเล่นร่วมกันเป็นทีมส่งผลต่อผลการแข่งขันโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นกองหน้า กองกลาง หรือกองหลัง ต่างมีส่วนสำคัญในจังหวะชี้เป็นชี้ตาย ทั้งการทำประตู การสร้างสรรค์โอกาส หรือการป้องกันลูกยิงจากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งฟอร์มที่คงเส้นคงวาของนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเก็บแต้มและขยับอันดับในตารางให้สูงขึ้น ความสามัคคีในทีมรวมถึงความทุ่มเทส่วนบุคคลคือหัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จในระยะยาวตลอดทั้งฤดูกาล
- อาการบาดเจ็บ: อาการบาดเจ็บส่งผลกระทบต่ออันดับในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ โดยการขัดขวางความต่อเนื่องและประสิทธิภาพในการเล่นของทีม การขาดหายไปของนักเตะตัวหลักทำให้ทีมรักษามาตรฐานการเล่นได้ยากลำบาก เมื่อขาดผู้เล่นตัวท็อป โค้ชจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเทคนิค ต้องพึ่งพานักเตะที่มีประสบการณ์น้อยกว่า หรือใช้งานผู้เล่นตัวหลักที่เหลืออยู่หนักเกินไป จนนำไปสู่ความเหนื่อยล้าหรือเกิดอาการบาดเจ็บซ้ำซ้อนได้ ซึ่งผู้เล่นควรเช็คข้อมูลส่วนนี้ก่อนแทงบอลทุกครั้ง
- กลยุทธ์และการตัดสินใจทางเทคนิค: กลยุทธ์และเทคนิคมีอิทธิพลต่ออันดับในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ ผ่านการกำหนดวิธีการเล่นในแต่ละนัด โดยโค้ชต้องวางแผนทั้งการจัดแผนการเล่น การมอบหมายหน้าที่นักเตะ และการปรับเกมหน้างานตามจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเองและคู่แข่ง วิธีการเล่นที่ได้ผล เช่น การบีบเกมสูง, เน้นการครองบอล หรือใช้สไตล์สวนกลับเร็ว จะช่วยให้ทีมดึงศักยภาพสูงสุดออกมาพร้อมกับโจมตีจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ ความยืดหยุ่นทางเทคนิคระหว่างเกม อย่างการเปลี่ยนระบบการเล่นตามสถานการณ์หรือการเปลี่ยนตัวผู้เล่นเพื่อเสริมเกมรับหรือเกมรุก ล้วนส่งผลต่อผลการแข่งขันโดยตรง ซึ่งการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมย่อมนำไปสู่ชัยชนะหรือการเก็บแต้มสำคัญที่ช่วยขยับอันดับทีมให้สูงขึ้นในตารางคะแนนเมเจอร์ลีกซอกเกอร์
- ความสามัคคีภายในทีม: สปิริตภายในทีมส่งผลต่ออันดับในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ โดยตรงผ่านการสื่อสาร การประสานงาน และผลงานโดยรวมบนสนาม เมื่อนักเตะรู้ใจกัน คาดเดาการเคลื่อนที่ของกันและกันได้ และร่วมมือกันอย่างยอดเยี่ยม จะทำให้แผนการเล่นมีประสิทธิภาพและส่งผลให้ผลการแข่งขันดีขึ้น ความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นยังช่วยให้ทีมปรับตัวเข้ากับเทคนิคใหม่ๆ ได้รวดเร็ว พร้อมทั้งช่วยรักษาขวัญกำลังใจในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ทำให้สโมสรสามารถคว้าชัยชนะนัดสำคัญและรักษาหรือพัฒนาอันดับในตารางได้ตลอดทั้งฤดูกาล
- โปรแกรมการแข่งขัน: ตารางแข่งส่งผลต่ออันดับในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์โดยมีผลต่อความพร้อมของร่างกายและสภาพจิตใจของนักเตะ ทีมที่ต้องลงแข่งติดๆ กันโดยมีเวลาพักน้อยหรือต้องเดินทางไกลมักเกิดอาการเหนื่อยล้าจนฟอร์มตก ในขณะที่ทีมที่มีโปรแกรมการแข่งขันเป็นใจ ได้เล่นในบ้านมากกว่า หรือมีช่วงพักฟื้นร่างกายนานกว่า จะมีโอกาสรักษาผลงานที่คงเส้นคงวาและขยับอันดับให้ดีขึ้นได้ นอกจากนี้ แมตช์ที่จัดขึ้นในช่วงพักเบรกทีมชาติยังทำให้ทีมอ่อนแอลงเพราะขาดผู้เล่นตัวหลัก ซึ่งลดโอกาสในการเก็บคะแนนสำคัญไปอย่างน่าเสียดาย
- สภาพอากาศ: ลมฟ้าอากาศมีอิทธิพลต่ออันดับในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ โดยส่งผลกระทบต่อคุณภาพเกมและฟอร์มของทีม ความร้อนจัด ฝนตกหนัก หรืออากาศที่หนาวเหน็บ ล้วนส่งผลต่อสไตล์การเล่นปกติจนนำไปสู่ความล้าหรือข้อผิดพลาดระหว่างเกม ทั้งนี้บางทีมอาจมีความคุ้นเคยกับสภาพอากาศเฉพาะตัว ทำให้ได้เปรียบในฐานะเจ้าบ้านเมื่อแข่งในภูมิอากาศที่ตนเองถนัด ส่วนสภาพอากาศที่ย่ำแย่จนต้องเลื่อนหรือยกเลิกการแข่งขัน จะทำให้จังหวะและโมเมนตัมของทีมสะดุดลง และอาจทำให้อันดับในตารางเปลี่ยนแปลงได้เมื่อต้องปรับตัวกับสถานการณ์ใหม่
- เกมเหย้า vs เกมเยือน: การลงแข่งในบ้านและนอกบ้านส่งผลต่ออันดับในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์อย่างมาก เนื่องจากทีมต่างๆ มักทำผลงานได้ดีกว่าเมื่อเล่นในบ้านจากความคุ้นเคยในสถานที่ แรงเชียร์จากแฟนบอล และความล้าจากการเดินทางที่น้อยกว่า การเล่นในถิ่นตัวเองช่วยให้ทีมได้เปรียบทั้งทางร่างกายและจิตใจจนนำไปสู่ผลการแข่งขันที่ดีขึ้น ในขณะที่เกมเยือนนั้นยากลำบากกว่ามาก ทั้งจากสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย อุปสรรคในการเดินทาง และความกดดันจากแฟนบอลเจ้าถิ่น ซึ่งล้วนทำให้ประสิทธิภาพการเล่นลดลง
- ความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง: ความล้าจากการเดินทางมีผลกระทบต่ออันดับในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ และส่งผลต่อฟอร์มของนักเตะโดยตรง หลายทีมต้องเดินทางไกลข้ามเขตเวลา ซึ่งก่อให้เกิดความเครียดทั้งร่างกายและจิตใจ ความเหนื่อยล้านี้บั่นทอนความเฉียบคมของทีม ทำให้ยากที่จะเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้จนนำไปสู่ผลการแข่งขันที่ย่ำแย่ในเกมเยือน หากต้องเผชิญกับความล้าจากการเดินทางอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ฟอร์มโดยรวมดิ่งลงและอันดับในตารางลดต่ำลงในที่สุด
- ขนาดและความลึกของทีม: ความลึกของขุมกำลังส่งผลต่ออันดับในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์โดยช่วยให้ทีมรักษามาตรฐานการเล่นเอาไว้ได้แม้ต้องเผชิญกับปัญหานักเตะบาดเจ็บ, ติดโทษแบน หรือเกิดความเหนื่อยล้า สโมสรที่มีตัวสำรองแข็งแกร่งจะสามารถหมุนเวียนนักเตะได้อย่างมีประสิทธิภาพ จัดการกับความต้องการของฤดูกาลที่ยาวนาน และรับมือกับความกดดันทั้งร่างกายและจิตใจจากการลงแข่งที่ถี่ได้ดีกว่า ความหลากหลายของความสามารถนักเตะช่วยให้เกิดความยืดหยุ่นทางเทคนิค และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างคงเส้นคงวา ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่าและอันดับที่สูงขึ้นในตารางคะแนน
รูปแบบการแข่งขันเมเจอร์ลีกซอกเกอร์เป็นอย่างไร?

รูปแบบการแข่งขันเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ กำหนดให้แต่ละทีมลงแข่งในฤดูกาลปกติทั้งหมด 34 นัด แบ่งเป็นเกมเหย้า 17 นัด และเกมเยือน 17 นัด โดยทุกทีมจะต้องดวลแข้งกับคู่แข่งทั้งในสายและนอกสาย เพื่อเฟ้นหาทีมที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟ ทั้งนี้ ฤดูกาลปกติถูกออกแบบมาเป็นตารางการแข่งขันแบบไม่สมดุล ซึ่งหมายความว่าแต่ละทีมจะไม่พบกันในจำนวนครั้งที่เท่ากันทั้งหมด
ในแต่ละทีมจะลงแข่งขัน 2 นัด (เหย้าและเยือน) กับทีมอื่นทั้งหมดที่อยู่ในสายเดียวกัน และแข่งอีกหนึ่งนัดกับทีมส่วนใหญ่ที่อยู่อีกสายหนึ่ง รูปแบบนี้จึงไม่ใช่การแข่งขันแบบพบกันหมด แต่เป็นการผสมผสานระหว่างการแข่งขันภายในสายและการแข่งขันข้ามสาย
เมเจอร์ลีกซอกเกอร์ (MLS) รักษาสมดุลระหว่างสายโดยเน้นไปที่เกมการแข่งขันภายในสายเดียวกันเป็นหลัก เนื่องจากขนาดพื้นที่และภูมิศาสตร์ของลีก ซึ่งแตกต่างจากระบบพบกันหมด ที่แต่ละทีมต้องลงแข่งกับทุกทีมในจำนวนนัดที่เท่ากัน โดยตารางแข่งที่เน้นความแตกต่างนี้ช่วยให้จัดการเรื่องภาระการเดินทางได้ดีขึ้น และยังช่วยกระตุ้นการเป็นคู่ริพัลรี่ที่ดุเดือดภายในแต่ละสาย สร้างความเซอร์ไพรส์และความตื่นเต้นให้กับฤดูกาลได้เป็นอย่างดี



















